โครงการ “ตักบาตรหนังสือดี”
นตถิ ปญญาสมา อาภา - แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี
สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ - การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง

ถวายหนังสือธรรมะเพียงเล่มเดียว มีอานิสงส์เท่ากับสร้างพระหลายหมื่นองค์

เลือกหนังสือออนไลน์ คลิกที่นี่ / download ฟอรม์สั่งหนังสือทางแฟกซ์
หนังสือร่วมบุญออนไลน์ จะถูกส่งไปยังสถานที่จัดตักบาตร โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
 

การตักบาตรหนังสือ

การตักบาตร คือประเพณีที่ชาวพุทธปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล พระภิกษุจะออกบิณฑบาต เพื่อรับอาหาร ในเวลาเช้า หรือทานอื่นๆ ซึ่งในกรณีการตักบาตรหนังสือ จึงถึงว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะในทุกเช้าของชีวิตคนเมือง ก็จะมีผู้คนจำนวนหนึ่ง ถวายหนังสือพิมพ์ให้กับพระภิกษุทุกเช้าอยู่แล้ว

สร้างอักขระธรรมหนึ่งตัว มีอานิสงส์เท่ากับสร้างพระพุทธรูปหนึ่งองค์ ถวายหนังสือธรรมะเพียงเล่มเดียว เท่ากับได้สร้างพระพุทธรูปหลายพันหลายหมื่นองค์ ได้บุญกุศลมากกว่าการถวายของกินของใช้ ยิ่งถวายธรรมทานมาก อานิสงส์ก็ยิ่งมหาศาล ดังพระพุทธวัจนะที่ว่า ‘แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญาไม่มี’ อริยทรัพย์ที่มีอานิสงส์ยิ่งใหญ่

 
พระภิกษุ กับการบิณฑบาต

อันเนื่องจากข้อกำหนดว่า พระภิกษุไม่สามารถเก็บอาหารข้ามคืนได้ ทำให้พระภิกษุต้องออกบิณฑบาตทุกวัน ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด จนถึงก่อน ๗ นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาที่พระภิกษุฉันเช้า โดยใช้ทั้ง ๒ มือประคองบาตรเอาไว้ ออกเดินในกิริยาสำรวม และไม่เอ่ยปากขออาหารจากผู้คน หรือแสดงกิริยาเพื่อขอเมื่อมีคนให้ทาน พระภิกษุต้องรับทานทั้งหมด ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะ รับหรือไม่รับ หรือบอกกับผู้คนว่า ตนต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้ อย่างไรก็ดี มีทานบางชนิดที่พระภิกษุไม่สามารถรับได้ นั่นคือ

1. ทานที่ได้มาโดยวิธีการทุจริตทานแก่ตน เช่น ได้มาจากการขโมย และพระภิกษุรู้ว่า บุคคลคนนั้นได้ขโมยของนั้น เพื่อให้
2. เนื้อสัตว์ที่ต้องห้ามตามหลักศาสนาพุทธ เช่น เนื้อคน, เนื้อช้าง เป็นต้น
3. เนื้อสัตว์ที่ได้มาจากการที่บุคคลคนนั้น ตั้งใจที่จะฆ่า โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อ เอาเนื้อมาถวายพระภิกษุโดยเฉพาะ และพระภิกษุรู้ว่า เนื้อนั้นมาจากการฆ่า เพื่อที่จะนำมาถวายตนโดยเฉพาะ
4. ผลไม้ที่มีเมล็ด บุคคลที่ตักบาตรไม่สามารถถวายผลไม้ที่มีเมล็ดได้ เพราะถือว่าเมล็ดนั้นยังสามารถที่จะให้กำเนิดชีวิตได้อยู่ ถ้าจะถวายต้องเอาเมล็ดออกก่อน
5. วัตถุดิบในการทำอาหาร เช่น ข้าวสาร, แป้ง เพราะตามหลักของศาสนาพุทธ ไม่อนุญาตให้พระภิกษุประกอบอาหาร

(*) หมายเหตุ ในปัจจุบันกฎข้อที่ 4 และ 5 สามารถอนุโลมได้ เนื่องจากชีวิตสังคมปัจจุบันที่เร่งรีบ ผู้คนอาจจะไม่มีเวลาที่จะเตรียมอาหารมากนัก โดยหน้าที่ในการเตรียมอาหารนั้นจะเป็นหน้าที่ของเด็กวัดแทน

 
วัตถุประสงค์
1. เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไทยตระหนักถึง ความสำคัญของการทำบุญตักบาตร ถวายธรรมทานแด่พระภิกษุสงฆ์ อันเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของคนไทยมาช้านาน
2. เพื่อกระตุ้นและรณรงค์ให้พระสงฆ์เพิ่มพูนความรู้ทั้งทางโลก และทางธรรม เพื่อเป็นที่พึ่งและให้ความรู้แก่ฆราวาส เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างวัดและชุมชน
3. เพื่อให้พระภิกษุและสามเณร ได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ตั้งแต่แนวทางการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของครูบาอาจารย์ และความรู้ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต
4. เพื่อเผยแพร่พุทธประวัติ พระธรรมคำสอน และจริยาวัตรอันงดงามของพระอริยสาวก ผู้เป็นแบบอย่างแก่ชนรุ่นหลัง
5. เพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพุทธมามกะ
6. เพื่อรณรงค์และส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านหนังสือให้เป็นที่แพร่หลายทั้งในกลุ่มฆราวาส และบรรพชิต
 
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนคนไทย ได้ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญในการศึกษาของพระสงฆ์ อันเป็นรากฐานสำคัญในการสืบทอดพระพุทธศาสนา และการพัฒนาประเทศชาติในอนาคต
2. ประชาชนมีโอกาสถวายหนังสือธรรมทานร่วมกันทั่วประเทศ ซึ่งการให้หนังสือ ถือเป็นการให้แสงสว่างทางปัญญา ก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป
3. พระสงฆ์มีความพร้อมในการให้วิชาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมให้กับประชาชนทั่วไปมากขึ้น
4. เป็นการจรรโลงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงามในการทำบุญตักบาตร และวัฒนธรรมการอ่านของคนไทย