Oct 072009
 
Reference: http://www.siamintelligence.com/the-power-of-social-media/

 

The power of social media : เทรนด์ใหม่ทาง “การตลาด” ที่น่าจับตา

October 7, 2009

พลังยิ่งใหญ่ของโลกอินเทอร์เน็ตกำลังเสกบันดาล “เศรษฐีใหม่” ขึ้นมาจากกองเถ้าถ่านแห่งความยากไร้ ขณะเดียวกันก็ส่อแววคุกคาม “เศรษฐีเก่า” ให้ต้องเผชิญความเสี่ยงจากความล่มสลายทางธุรกิจ

ปาฏิหาริย์ของอินเทอร์เน็ตกำลังเกิดขึ้นทุกวัน

The power of social media คือ งานสัมมนาที่เรียบงาม (Small is beautiful) แต่จัดจ้านด้วย “ปัญญาความคิด” จากกูรูด้าน social media 6 ท่าน 6 ภูมิหลังที่แตกต่าง เข้ามาร่วมสับประยุทธ์และเติมเต็มซึ่งกันและกัน ทำให้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงนี้ เต็มไปด้วยมูลค่าที่ลุ่มลึก

เริ่มต้นด้วยการเปิดประเด็นให้เห็นว่า “อินเทอร์เน็ต” คือ Social Media ที่มีประสิทธิภาพในการทำให้ผู้บริโภคสามารถสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกและข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน และท่ามกลางการขยายตัวเติบใหญ่ของอินเทอร์เน็ต ย่อมทำให้นักธุรกิจเจ้าของสินค้าและบริการจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งในฐานะการรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของผู้บริโภค และในการประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของตนเอง

คุณธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย (@mktmag) กูรูนักการตลาดเลื่องชื่อ ได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า การตลาดในอินเทอร์เน็ตนั้น ไม่อาจใช้รูปแบบโฆษณาที่ใช้กันทั่วไปในสื่อกระแสหลักได้ ไม่ควร “อุ้มไก่มาขายแบบโต้งๆ” แต่จะต้องมี “ศิลปะ” ที่เรียบเนียนในการขายสินค้าและบริการ

พี่ธันยวัชร์

ในขณะที่ คุณพาที สารสิน (@patee122) ได้เปิดเผยอย่างจริงใจว่า การเข้ามาเล่น twitter ของตนเองนั้น ไม่ได้ต้องการเข้ามาขายสินค้า แต่ต้องการมาหา “เพื่อน” โดยมองว่าอินเทอร์เน็ตได้ทำให้ช่องว่างและชนชั้นระหว่างบุคคลลดน้อยลง

พาที สารสิน

ที่น่าประทับใจ คือ จากความต้องการคบหาเพื่อนของคุณพาที สารสิน ได้ทำให้รู้จักและสนิทสนมกับบุคคลต่างๆมากมาย ซึ่งสุดท้ายได้นำมาซึ่งลูกค้าใหม่ๆ เช่น คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (@nuishow) กูรูด้าน Social Media อีกท่านที่ได้สารภาพว่า หลังจากรู้จักคุณพาที ก็ได้บอกให้ลูกน้องใช้บริการ NokAir

คุณปรเมศวร์ มินศิริ (@iwhale) ยังได้ให้มุมมองที่น่าสนใจในการสร้างความนิยมจาก twitter โดยยกตัวอย่าง @modeling22 ซึ่งมี follower มากที่สุดในประเทศไทย ได้ใช้เทคนิคว่า “ให้ก่อนแล้วค่อยรับ” เราไม่ควรคาดหวังให้คนอื่นแห่มา follow แต่เราควรเริ่มต้นจากการ follow คนอื่น ที่สำคัญยังควรที่จะโพสต์ข้อความดีๆ ที่เป็นประโยชน์ ให้คนที่ follow ได้อ่านกันทั้งเพื่อเพิ่มพูนความรู้และนำไปใช้

พี่เอ๋อ

ยิ่งกว่านั้น คุณปรเมศวร์ยังได้เปิดเผยเคล็ดลับส่วนตัวในการเพิ่มจำนวน Follower สรุปเป็นคำสั้นๆว่า “สิ่งที่ผมได้ เกิดจากสิ่งที่ผมให้” โดยเฉพาะการจัดทำ “คู่มือสอนเล่น Twitter” ซึ่งในท่ามกลางการให้ความรู้แก่มือใหม่นั้น ก็ยังสามารถประชาสัมพันธ์ตัวเองเข้าไปได้อย่างแนบเนียน ไม่สร้างความรู้สึกด้านลบให้กับผู้บริโภค

สรุปได้ด้วยประโยคสั้นๆว่า Reputation Online คือ การสั่งสมชื่อเสียงและบารมี ผ่านการช่วยเหลือคนอื่น จนเป็นที่ยอมรับของชุมชน และในที่สุดเมื่อตัวเราต้องการอะไรก็จะมีคนเข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มใจ เพราะคุณค่าความดีที่เราได้สั่งสมมายาวนาน

คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ (@nuishow) ได้แสดงให้เห็นถึง “จุดเด่น” ของตนเองในการสร้างชื่อเสียงทั้งผ่านสื่อกระแสหลักและทางอินเทอร์เน็ต นั่นคือ ลักษณะ Drama ทั้งการน้ำเสียง ลีลาและบุคลิกภาพ โดยเฉพาะการเต้นท่าไมเคิล แจ็คสัน ซึ่งแพร่หลายออกไปในโลกออนไลน์ ถือเป็นการสร้าง Brand เมื่อไปปรากฏตัวที่ไหนก็จะมีคนทักทาย

หนุ่ย

ไม่น่าแปลกใจที่คุณพงศ์สุขจะมี Follower มากที่สุด ในทั้งหมด 6 คนที่มาร่วมถกเถียงในวันนี้

แต่กระนั้น ลักษณะ Drama ที่แสดงออกจนเกินงามของคุณพงศ์สุขนั้น ก็อาจนำมาซึ่งผลลบต่อตนเองได้ เมื่อคุณพาที ได้แสดงความรู้สึกอย่างจริงใจว่า ได้เลิก Follow คุณพงศ์สุขไปสักพักหนึ่ง เพราะคุณพงศ์สุขเขียนแต่เรื่องของตัวเองมากเกินไป

ความกล้าหาญของคุณพาทีที่แนะนำ “รุ่นน้อง” อย่างจริงใจครั้งนี้ ได้ช่วยทำให้เห็นข้อดีของ Social Media ที่ได้เป็นเครื่องมือในการขัดเกลาตนเองได้เป็นอย่างดี เพราะด้านมืดและด้านสว่างของตัวเราจะเปิดเผยให้คนอื่นได้ร่วมรับรู้ และหากตั้งใจรับฟังก็จะนำไปสู่การปรับปรุงตัวเองครั้งใหญ่

คุณชีพธรรม คำวิเศษณ์ (@tri333) ได้พูดถึงกรณีส่วนตัว ซึ่งมี Follower น้อยที่สุด ถึงแม้ว่าตนเองจะโปรโมตผ่านรายการวิทยุ แต่เนื่องจากกระจายเสียงในย่านชนบท จึงทำให้เสียเปรียบคนอื่น

คุณชีพธรรม

สุดท้ายจึงนำมาสู่ข้อสรุปว่า การตลาดผ่าน Social Media จะต้องรู้จักเลือก Hub ไม่ใช่ว่าทุกคนหรือทุกกลุ่มจะมีอิทธิพลเท่าเทียมกัน จะต้องรู้จักมองหาดาราหรือ Celeb แล้วเข้าไปสู่วงจรนั้น ถึงแม้จะเสียเวลาและทรัพยากรมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป แต่กลับเป็นวิธีการที่ดีกว่าในการสร้างชื่อให้ตนเอง

คุณวรวิสุทธิ์ ภิญโญยาง (@worawisut) ได้กล่าวถึงความสำเร็จในการใช้ Social Media เพื่อสร้างBrand ให้บริษัท โดยยกกรณี JetBlue ซึ่งใช้เทคนิค “Mr. NiceGuy” คือ สร้างบทสนทนา (Conversation) ที่ดีต่อทุกคนลูกค้ามีปัญหาอะไรก็ตอบหมด และแก้ปัญหาอย่างทันที สุดท้ายจึงสามารถเพิ่ม follower ให้บริษัทได้อย่างรวดเร็ว

วรวิสุทธิ์

คุณพาที สารสิน (@patee122) ได้เน้นย้ำ “การสร้างตัวตน (personify)” บางครั้งไม่ต้องไปตามกระแสมากมาย แต่ให้รู้จักตัวเอง เข้าใจตัวเอง และพัฒนาจากตรงนี้ ทำตัวเองให้มีเสน่ห์จากความเป็นตัวเรา

ในเชิงบริษัทและตัวสินค้า อาจเป็นเรื่องยากที่จะสร้างตัวตน เพราะบริษัทเกิดจากคนจำนวนมากมาร่วมกันทำงาน แต่กระนั้นก็ยังสามารถสร้าง Character ให้กับบริษัท โดยผ่าน “บุคคล” บางคนในบริษัท เพื่อสะท้อนภาพบางส่วนของบริษัท ให้มาเป็นตัว Represent

แต่การจ้าง “คนนอก” มาช่วยสร้าง Character แบบที่นักการเมืองชอบใช้กันนั้น จะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ จะต้องสร้าง Character ด้วยตัวเอง

คุณธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย (@mktmag) ได้ยกตัวอย่าง เทคนิคการตลาดของ Starbucks ที่ใช้ทั้ง Facebook และ Twitter อย่างประสบความสำเร็จ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการโฆษณาในสื่อกระแสหลักทั่วไป แต่การจะประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องมีกลวิธีที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการสร้าง Trust หรือความไว้ใจให้เกิดขึ้นในชุมชน ไม่ใช่ต้องการ “ขายของ” แล้วจึงเข้ามา แต่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ในชุมชนอย่างสม่ำเสมอ เป็นเพื่อนที่ดีของทุกๆคน

Starbucks เป็นบริษัทที่คนรัก เติบโตจากการใช้สื่อทางเลือก จึงรู้วิธีที่จะเล่นกับ Facebook และ Twitter นี่คือ แนวโน้มใหม่ที่น่าจับตา ในการเติบโตของบริษัทที่ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทงบประมาณมหาศาลไปกับสื่อกระแสหลักอีกต่อไป

แต่เนื่องจาก Social Media ยังเป็นสื่อใหม่ จึงไม่มีกฎหรือข้อสรุปใดที่แน่ชัด วิธีการของคนหนึ่ง อาจไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่ง ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ การค้นหา “กลยุทธ์” ที่เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อประสบความสำเร็จในโลกที่ Social Media กำลังจะเป็น Trend ที่อาจนำพาชีวิตเราไปสู่ความสำเร็จหรือล้มเหลว

นอกจากนี้ยังมี “ของแถม” จากเจ้าของงาน คือ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย (@dc_danai) ได้กล่าวถึง ข้อดีของ Twitter ว่าเป็นการ “เปิดประตูหัวใจ” เพื่อเข้าถึงจิตวิญญาณของหลายๆคน ได้อ่านความคิดซึ่งกันและกัน ทั้งคนที่เป็น Follower และ Following เชื่อมโยงกันในแง่จิตวิญญาณ จึงเป็น Social Network ที่มีพลัง

ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

สุดท้ายแล้ว ในฐานะผู้เขียน (เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ @charoenchai) ต้องยอมรับว่าการเก็บความจากงานสัมมนา The Power of Social Media อาจมีบางสิ่งที่ขาดตกบกพร่องและบิดเบือนไปบ้าง ก็ต้องขออภัยอย่างยิ่งยวด แต่สิ่งที่อยากจะสะท้อนให้เห็นในบทความนี้ก็คือ “กลยุทธ์” ของบุคคลชั้นนำทั้งหลายที่สามารถนำมาปรับใช้กับตัวเรา เพื่อนำพาไปสู่ความสำเร็จ ในโลกที่เปิดกว้างของศตวรรษที่ 21 นี้

เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

ผมขอสรุปเป็นแนวทางสั้นๆ ดังนี้

1. มิตรภาพและความไว้ใจ (Trust)

อย่างเพียงแต่พูดคำว่า “จริงใจ” แต่ต้องมาจากส่วนลึกของจิตใจ ยิ่งถ้ามาจาก “จิตวิญญาณ” แบบคุณดนัย ก็ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อคนทั่วไป ซึ่งสักวันหนึ่งอาจกลายมาเป็น “ลูกค้า” ของเรา

2. สร้างตัวตนและบุคลิก (Personal)

ที่โดดเด่นมากคือ คุณพาที สารสิน ที่คิดเพียงว่า “สนุก” และต้องการคบเพื่อนโดยไม่มีกำลังแพงกั้น ไม่หลงไปกับกระแส แต่ภูมิใจในตัวเอง มั่นใจในสิ่งที่เป็น ย่อมสามารถสร้าง Originality ซึ่งเป็นคุณค่าที่คนอื่นไม่อาจเลียนแบบได้

3. สิ่งที่ได้มาจากสิ่งที่ให้

นี่คือ ประโยคที่ได้จากคุณปรเมศวร์ มินศิริ ซึ่งสามารถสะท้อนได้จากงานสัมมนานี้ ที่คุณปรเมศวร์ได้ลงทุนเวลาในการค้นคว้าเรื่อง Twitter มาอย่างดี ทั้งจากการเข้าไปคลุกคลีในชุมชน twitter ด้วยการ follow คนที่หลากหลายเพื่อเรียนรู้ การไปสัมมนาดูงานจากต่างประเทศ อ่านบทวิเคราะห์วิจัย ซึ่งสุดท้ายย่อมกลั่นกรองมาเป็น “ถ้อยคำที่ทรงคุณค่า” ซึ่งคุณปรเมศวร์ได้นำมามอบ “ให้” กับวงการและงานสัมมนานี้

คุณปรเมศวร์จึง “ได้รับ” การยกย่องเป็นนัก Twitter ชั้นนำคนหนึ่งของเมืองไทย โดยไม่ต้องพยายาม “ขาย” ตัวเองแบบโต้งๆ

4. การตลาดต้องควบคู่กลยุทธ์

คุณธันยวัชร์ ได้จุดประกายว่า “การตลาดของ Social Media จะใช้แบบโต้งๆไม่ได้” แต่ครั้นจะไม่ทำอะไรเลย ลูกค้าก็ไม่อาจรับรู้ “คุณภาพ” ของสินค้าเราได้ ดังนั้น จึงต้องรู้จัก “ศึกษาค้นคว้า” เพื่อแสวงหา “กลยุทธ์” ที่เหมาะสมกับตัวเอง

ตัวอย่างต่างๆที่คุณธันยวัชร์ได้ยกขึ้นมาในงานสัมมนานี้ ไม่ได้เกิดจากการคิดเดา แต่เกิดจากการค้นคว้าอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการซื้อหนังสือทุกเล่มที่เกี่ยวข้องกับ Twitter ซึ่งน้อยคนจะยอมทุ่มเทได้เท่านี้

“กลยุทธ์ที่ดี” จึงต้องมีรากฐานของการศึกษาค้นคว้า

5. The Friend is your Trend

แน่นอนว่า Social Media โดยเฉพาะ Twitter คือ Trend ที่กำลังมาแรง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การหาประโยชน์จาก Trend นั้น ยังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทุกคนที่เข้ามาต่างก็มีดีไม่แตกต่างกัน ดังนั้น สิ่งสำคัญของการประสบความสำเร็จในโลก Social Media คือ การหาเพื่อน (Friend) เพราะมิตรภาพคือ ทุกสิ่งทุกอย่าง มิตรภาพคือ Resource ที่จะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ

โลกเปลี่ยนไปแล้ว “การตลาด” เพียงลำพังไม่อาจอยู่รอดอีกต่อไป จะต้องเพิ่มมิตรภาพเข้าไปในสมการด้วย โดยสามารถศึกษาได้จาก JetBlue และ Starbucks

 Leave a Reply

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>