Archive for January, 2010

ดีเอ็มจีเปิดตัวหนังสือ ‘นิพพาน…มีจริง’

ดีเอ็มจีเปิดตัวหนังสือ ‘นิพพาน…มีจริง’ โดย หลวงปู่เณรคำ ร่วมเผยเส้นทางแห่งธรรม

 naew na p17 jan 31,2010

- นสพ.แนวหน้า หน้า 17 วันที่ 31 มกราคม 2553 (ข่าวหนังสือ) 

No Comments

อยู่เย็นเป็นสุข และ เจริญรุ่งเรือง

อยู่เย็นเป็นสุข และ เจริญรุ่งเรือง ดีเอ็มจี เปิดตัวหนังสือ ธรรมะรับปีขาล “อยู่เย็นเป็นสุข” และ “เจริญรุ่งเรือง” ผลงานของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ณ หอประชุมพุทธคยาอาคารอัมรินทร์พลาซ่า

ploy kam patch maagzine p210 jan 31,2010

–  นิตยสาร พลอยแกมเพชร หน้า 210 วันที่ 31 มกราคม 2553

No Comments

‘ไพลินบุ๊คเน็ต’ สู่ก้าวย่างแห่งการเติบโต

‘ไพลินบุ๊คเน็ต’ สู่ก้าวย่างแห่งการเติบโต :  

thai rath p9 jan 30,2010 1

–  นสพ. ไทยรัฐ หน้า 9 วันที่ 30 มกราคม 2553

No Comments

Reading campaign helps book industry

Reading campaign helps book industry :

bangkok post pb12 jan 22,2010
–The Nation P.B12 January 22, 2010

No Comments

อยู่เย็นป็นสุข

อยู่เย็นป็นสุข ผลงานของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ราคา 155 บาท

job request p95 jan 11-17,2010

– วารสาร Job Request หน้า 95 วันที่ 11-17 มกราคม 2553

No Comments

เพื่อนสนิท จิตของฉัน

เพื่อนสนิท จิตของฉัน : ผลงานของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ราคา 220 บาท

nation weekend p56 jan 29,2010

- นิตยสาร เนชั่น สุดสัปดาห์ หน้า 56 วันที่ 29 มกราคม 2552

No Comments

อันดับหนังสือที่ขายดี

อันดับหนังสือที่ขายดี

 post today pc4 jan 21,2010

– นสพ.โพสต์ทูเดย์ หน้า C4 วันที่ 21 มกราคม 2553

No Comments

ดีคนเด่นประจำสัปดาห์

ดีคนเด่นประจำสัปดาห์ ‘อิทธิบาท 4’ หลักการบริหารงานอย่างมีความสุขของ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย  

education & job jan 28 - feb 3,2010 2

- นิตยสาร Education & Job หน้า 1, 47 วันที่ 28 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2553

No Comments

White Ocean Marketing

White Ocean Marketing : ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักพิมพ์ดีเอ็มจีและบริษัทดีซี คอนซํลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด บรรยายหัวข้อ “White Ocean Marketing ครั้งที่ 11: น่านน้ำสีขาว หัวใจคือความยั่งยืน” และเสวนา “WISE Marketing: การตลาด ฉลาดเยี่ยม” ในวันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2553 เวลา 14.40-17.00 น. ณ ห้องอิมพีเรียลแกรนด์ฮอลล์ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง จ.เชียงใหม่

thansettakit p20 jan 28-30,2010

–   นสพ.ฐานเศรษฐกิจ หน้า 20 วันที่ 28 – 30 มกราคม 2553 (คอลัมน์ InFocus)

No Comments

White Ocean Marketing

White Ocean Marketing : ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักพิมพ์ดีเอ็มจีและบริษัทดีซี คอนซํลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด บรรยายหัวข้อ “White Ocean Marketing ครั้งที่ 11: น่านน้ำสีขาว หัวใจคือความยั่งยืน” และเสวนา “WISE Marketing: การตลาด ฉลาดเยี่ยม” ในวันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2553 เวลา 14.40-17.00 น. ณ ห้องอิมพีเรียลแกรนด์ฮอลล์ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง จ.เชียงใหม่

kao sod p23 jan 27,2010

– นสพ.ข่าวสด หน้า 23 วันที่ 27 มกราคม 2553 (คอลัมน์แวดวงตลาด)

No Comments

รณรงค์เด็กไทย รักการอ่านอย่างยั่งยืน

รณรงค์เด็กไทย รักการอ่านอย่างยั่งยืน

naew na p19 jan 27,2010 1

 –นสพ.แนวหน้า หน้า 19 วันที่ 27 มกราคม 2553

No Comments

คอลัมน์ใต้ฟ้า

คอลัมน์ใต้ฟ้า : ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี บรรยายหัวข้อ “White Ocean Marketing ครั้งที่ 11: น่านน้ำสีขาว หัวใจคือความยั่งยืน” และเสวนา “WISE Marketing: การตลาด ฉลาดเยี่ยม” ในวันเสาร์ที่ 30 มกราคม 2553 เวลา 14.40-17.00 น. ณ ห้องอิมพีเรียลแกรนด์ฮอลล์ โรงแรมอิมพีเรียลแม่ปิง จ.เชียงใหม่

 bangkok today p29 jan 26,2010

– นสพ.บางกอกทูเดย์ หน้า 29 วันที่ 26 มกราคม 2553

No Comments

ชีวิตรื่นรมย์

ชีวิตรื่นรมย์ : ภิกษุมหาโจร โดย…ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

post today pc3 jan 26,2010 1

–   นสพ.โพสต์ทูเดย์ หน้า C3 วันที่ 26 มกราคม 2553

No Comments

เจริญรุ่งเรือง และ อยู่เย็นป็นสุข

เจริญรุ่งเรือง และ อยู่เย็นป็นสุข ผลงานของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ราคา 155 บาท

pim thai p13 jan 26,2010

–  นสพ.พิมพ์ไทย หน้า 13 วันที่ 26 มกราคม 2553

No Comments

บทความพิเศษ: เกิดมาทำไม มาได้อย่างไร (นพ.คงศักดิ์ ตันไพจิตร)

สนใจฟัง บรรยายพิเศษฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ณ หอประชุมพุทธคยา สนพ.ดีเอ็มจี อาคารอัมรินทร์พลาซ่า ชั้น 22 (โทร 02 685 2255)
วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2553 เวลา 18.00-21.00 น.

คนเราทุกคนมักจะสงสัยว่า เราเกิดมาทำไม หรือจุดมุ่งหมายของชีวิตคืออะไร บ้างก็อยากทราบว่า เรามาจากไหน มาได้อย่างไร มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร บ้างก็ได้แต่เพียงหมกมุ่นดิ้นรนขวนขวายอยู่กับการดำเนินชีวิตประจำ วัน วางแผนขั้นต่อไปว่า วันนี้ พรุ่งนี้จะทำอย่างไร ต้องทำอะไร จัดการกับชีวิตอย่างไรเพื่อให้ตนเองและครอบครัวอยู่รอด สุดแล้วแต่โอกาสหรือสถานการณ์จะแปรเปลี่ยนไปในทางใด จะเอื้ออำนวยผลต่อชีวิตอย่างไร

ในด้านรูปธรรมนั้นมีคำตอบให้ทราบอยู่แล้วว่า เราเกิดมาจากการที่พ่อแม่ให้กำเนิดเรามา พรั่งพร้อมด้วยสารพันธุกรรมจากท่านทั้งสองที่จะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดในโลกนี้ได้ แต่ท่านก็ยังต้องพยายามประคบประหงมเราเป็นระยะเวลา 15 -20 ปีขึ้นไป ซึ่งนานกว่าสัตว์อื่นๆมาก เพื่อเปิดโอกาสให้สมองของเราเติบโตเต็มที่และพร่ำอบรมสั่งสอนให้รู้ทันคน ส่งเสียให้เรียนรู้ศิลปะวิชาชีพ ให้เราสามารถประกอบอาชีพดำรงชีวิตอยู่ได้โดยลำพังเป็นอิสระ ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นหรือท่านเองในภายภาคหน้า เพราะท่านเองก็ต้องอำลาจากโลกนี้ไปไม่ช้าก็เร็ว
ส่วนในด้านนามธรรมนั้น เป็นปัญหาที่ขบคิดกันมานมนานด้วยคำถามต่างๆ แม้แต่ไอสไตน์ซึ่งเป็นจอมปราชญ์แห่งโลกวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันก็ยังฉงนและขบปัญหาไม่แตก ด้วยเห็นว่า “เป็นเรื่องน่าแปลกสำหรับสถานภาพของมนุษย์เราในโลกนี้ ที่เรามาอยู่ ณ ที่นี้โดยไม่ได้สมัครใจที่มาเองและก็ไม่ได้รับคำเชื้อเชิญให้มาด้วย มาพำนักอาศัยอยู่ชั่วระยะเวลาเพียงสั้นๆในโลกนี้ และเพื่อจุดประสงค์อะไรก็ไม่รู้แน่”
มนุษย์ปัจจุบัน (โฮโมเซเปียน หรือ Homo sapiens) ได้วิวัฒนาการแตกตัวออกมาจากต้นตระกูลร่วมกับลิงเมื่อกว่า 5-6 ล้านปีมาแล้ว และต่อมาแตกแขนงแยกจากต้นตระกูลร่วมกับมนุษย์นีแอนเดอร์ธอล (Neanderthals) คือ มนุษย์โฮโมอีเรคตัส (Homo erectus) เมื่อ 1.2 ล้านปีมาแล้ว ซึ่งมนุษย์นีแอนเดอร์ธอล และมนุษย์ปัจจุบันทั้งคู่นั้นสามารถประดิษฐ์อาวุธจากหินให้เป็นหัวหอกเพื่อใช้เป็นเครื่องมือล่าสัตว์ได้ แต่ต่อมาเมื่อประมาณ 3 แสนปีเศษมาแล้ว มนุษย์ปัจจุบันสามารถดัดแปลงหินให้มีรูปร่างและขนาดต่างๆหรือใช้กระดูกสัตว์มาทำเป็นอาวุธล่าสัตว์ เช่น หัวธนู หรือใช้เป็นอุปกรณ์หาอาหารประเภทต่างๆได้หลากหลาย เช่นใช้แซะหอย เป็นต้น
มนุษย์ปัจจุบัน มีสมองขนาดใหญ่กว่าสัตว์อื่นๆในโลกนี้ จึงมีความชาญฉลาดสามารถปรับเปลี่ยนไปตามความแปรปรวนของธรรมชาติได้อย่างมาก นอกจากนี้ มนุษย์ยังเป็นสัตว์ที่อยู่ร่วมเป็นสังคม ออกล่าสัตว์ด้วยกัน ปกป้องซึ่งกันและกัน คอยช่วยเหลือกัน มีการสื่อสาสน์ติดต่อกัน ทั้งในด้านสังคม ประเพณีนิยม และภาษา ตลอดถึง ถ่ายทอดความรู้จนเกิดวิวัฒนาการเพิ่มพูนภูมิปัญญาขึ้นอย่างมากมายมหาศาล จนมาถึงยุคนิวเคลียร์ในปัจจุบัน และยังคงมีวิวัฒนาการต่อไปเรื่อยๆ สามารถเข้าใจแก้ปัญหาและเอาชนะหรือรู้จักหลบหลีกภัยธรรมชาติต่างๆได้ ดังนั้นมนุษย์ปัจจุบันจึงประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถแผ่ขยายเผ่าพันธุ์จากเดิมซึ่งเกือบสูญพันธุ์ไป สันนิษฐานกันว่า แต่เดิมมีมนุษย์ปัจจุบันยุคแรกเพียงแค่ 600 คนในทวีปอาฟริกา แต่ถูกบีบบังคับด้วยภัยธรรมชาติในยุคน้ำแข็งที่แผ่ขยายลงมา ทำให้แห้งแล้งขาดอาหาร ต้องอพยพออกมาจากทวีปอาฟริกาเมื่อประมาณ 75,000 – 120,000 ปีก่อน ขยายเผ่าพันธุ์ไปในทวีปต่างๆ จนกลายมาเป็นประชากรโลกกว่า 6 พันล้านคนในปัจจุบัน ครอบครองโลกได้สำเร็จและกำลังทำลายล้างโลกกันอยู่ในปัจจุบัน ในขณะที่ญาติเดิมๆของเรา คือมนุษย์นีแอนเดอร์ธอลได้สูญพันธุ์ไปจากโลกเมื่อ 28,000
ปีมาแล้ว เพราะไม่สามารถปรับเปลี่ยนตนเองต่อธรรมชาติที่แปรปรวนได้สำเร็จ ส่วนลิงชิมแปนซีแม้รอดมาได้ แต่ยังเพียงแค่รู้จักใช้ฟางล้วงรูปลวกเอาปลวกมากินเท่านั้น
มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์เมื่อเผชิญภัยธรรมชาติซึ่งมีพลังอานุภาพมาก และตนไม่เข้าใจ ย่อมเกิดความกลัวอย่างมาก จึงอาศัยภูเขา ลำน้ำ ไฟ ลม ต้นไม้ เป็นที่พึ่ง มีการอุปโลกน์ขึ้นมานับถือเป็นเทพเจ้าหรือพระเจ้าต่างๆมากมาย และต่อมาได้วิวัฒนาการเป็นศาสนาต่างๆขึ้น จากพหุเทวนิยม เป็นเอกเทวนิยม และอเทวนิยม เป็นต้น แม้กระทั่งมนุษย์สามารถอุปโลกน์ตนเองให้สูงขึ้นอีกเป็นเทพเจ้าหรือส่วนหนึ่งของพระเจ้า กระนั้นก็ดี ตัวพระเจ้าเองเช่น ซีอุสซึ่งเป็นราชันแห่งเทพเจ้าของกรีกขึ้นมาครองตำแหน่งนี้ได้เพราะฆ่าพ่อของตน เช่นเดียวกับที่พ่อเคยฆ่าปู่มาแล้ว แสดงให้เห็นถึงรากเหง้าแห่งความโลภ ความโกรธ และความหลงที่ติดตามมนุษยชาติมาตลอดทุกยุคทุกสมัยในทุกระดับ ความเป็นเทพเจ้าหรือพระเจ้าไม่อาจลบล้างสิ่งเหล่านี้ได้ บางครั้งกลับรุนแรงมากขึ้นกว่าธรรมดาอีกหลายสิบเท่า
มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฉลาดกว่าสัตว์อื่นๆ สามารถล่วงรู้ถึงจิตใจและความคิดของตนเองได้ นอกเหนือไปจากที่สามารถรู้จักเงาของตนเองในกระจกได้ สามารถเห็นความจริงว่า โลกนี้ไม่ใช่โลกที่สมบูรณ์เปี่ยมไปด้วยความสุขตลอดกาลนาน ด้วยแปรเปลี่ยนไปตามกฎไตรลักษณ์หรือสามัญลักษณะ ไม่เที่ยง ไม่อาจคงทนสภาพเดิมไว้ได้ ไม่อาจบังคับบัญชามันได้ ทำให้มนุษยชาติพยายามดิ้นรนคิดค้นหาคำตอบในรูปแบบต่างๆมาอธิบาย หรือแก้ปัญหาปรับเปลี่ยนให้ชีวิตนี้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เป็นสุขนิรันดร เกิดความเชื่อ ลัทธิ ศาสนาต่างๆขึ้นมาเป็นระบบรองรับ
ศาสนาต่างๆล้วนมีคำตอบต่อชีวิตต่างๆกันไป เช่น คริสต์ศาสนาสอนว่า คนเราเกิดมามีบาป ต้องมีการไถ่บาปต่อพระผู้เป็นเจ้า โดยมีพระเยซูเป็นผู้ไถ่บาปให้ หากยอมรับพระองค์ว่าเป็นพระบุตรและตัวแทนของพระเจ้า จะสามารถล้างบาปและได้ขึ้นไปเกิดบนสรวงสวรรค์อยู่กับพระเจ้า บางศาสนา ก็สอนให้พลีชีพเพื่อปกป้องและเผยแพร่คำสอนของพระศาสดาในลัทธิของตน กลายเป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา หากตายไป จะได้ไปเกิดอยู่บนสรวงสวรรค์มีนางฟ้าห้อมล้อมมากมาย เป็นต้น
จากการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงค้นพบความจริงอย่างยิ่งในธรรมชาติที่แท้จริงของชีวิตว่า ชีวิตนี้ไม่สมบูรณ์ เป็นทุกข์ เพราะความทะยานอยากเป็นเหตุ ส่ายแส่หาจุดมุ่งหมายหรือผลในรูปแบบต่างๆ เช่น ความอยากในกามคุณ (กามตัณหา) ความอยากมีอยากเป็น (ภวตัณหา) ความไม่อยากมีไม่อยากเป็น (วิภวตัณหา) เป็นต้น ทั้งๆที่เกิดมาเพื่อใช้กรรม แต่กลับสร้างพอกพูนเพิ่มกรรมใส่ตนให้มากขึ้น ยึดติดในโลกธรรม หรือ หมกมุ่นใน กิน กาม เกียรติ พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสว่า การเกิดเป็นมนุษย์เป็นสิ่งประเสริฐ และการได้พบพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่ไปได้ยาก และโอกาสที่จะได้ปฏิบัติธรรมด้วยนั้นยากยิ่งนัก ทรงมีเมตตาชี้ให้เห็นว่าธรรมนั้นเกิดจากเหตุ ทรงแสดงซึ่งเหตุและความดับแห่งธรรมนั้น ทรงสอนให้มวลมนุษย์ดำรงชีวิตด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ทรงบัญญัติสติปัฏฐานสี่ให้เป็นหลักปฏิบัติต่อชีวิต ซึ่งทุกชีวิตสามารถนำไปปฏิบัติดำเนินตามได้ เพื่อความล่วงพ้นจากทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงซึ่งถือว่าเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดแห่งชีวิต ด้วยกระทำกิจที่พึงกระทำให้เสร็จสิ้นแล้ว ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฎอีกต่อไป

คนเราทุกคนมักจะสงสัยว่า เราเกิดมาทำไม หรือจุดมุ่งหมายของชีวิตคืออะไร บ้างก็อยากทราบว่า เรามาจากไหน มาได้อย่างไร มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร บ้างก็ได้แต่เพียงหมกมุ่นดิ้นรนขวนขวายอยู่กับการดำเนินชีวิตประจำ วัน วางแผนขั้นต่อไปว่า วันนี้ พรุ่งนี้จะทำอย่างไร ต้องทำอะไร จัดการกับชีวิตอย่างไรเพื่อให้ตนเองและครอบครัวอยู่รอด สุดแล้วแต่โอกาสหรือสถานการณ์จะแปรเปลี่ยนไปในทางใด จะเอื้ออำนวยผลต่อชีวิตอย่างไร

ในด้านรูปธรรมนั้นมีคำตอบให้ทราบอยู่แล้วว่า เราเกิดมาจากการที่พ่อแม่ให้กำเนิดเรามา พรั่งพร้อมด้วยสารพันธุกรรมจากท่านทั้งสองที่จะช่วยให้เราสามารถอยู่รอดในโลกนี้ได้ แต่ท่านก็ยังต้องพยายามประคบประหงมเราเป็นระยะเวลา 15 -20 ปีขึ้นไป ซึ่งนานกว่าสัตว์อื่นๆมาก เพื่อเปิดโอกาสให้สมองของเราเติบโตเต็มที่และพร่ำอบรมสั่งสอนให้รู้ทันคน ส่งเสียให้เรียนรู้ศิลปะวิชาชีพ ให้เราสามารถประกอบอาชีพดำรงชีวิตอยู่ได้โดยลำพังเป็นอิสระ ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่นหรือท่านเองในภายภาคหน้า เพราะท่านเองก็ต้องอำลาจากโลกนี้ไปไม่ช้าก็เร็ว

ส่วนในด้านนามธรรมนั้น เป็นปัญหาที่ขบคิดกันมานมนานด้วยคำถามต่างๆ แม้แต่ไอสไตน์ซึ่งเป็นจอมปราชญ์แห่งโลกวิทยาศาสตร์ในยุคปัจจุบันก็ยังฉงนและขบปัญหาไม่แตก ด้วยเห็นว่า “เป็นเรื่องน่าแปลกสำหรับสถานภาพของมนุษย์เราในโลกนี้ ที่เรามาอยู่ ณ ที่นี้โดยไม่ได้สมัครใจที่มาเองและก็ไม่ได้รับคำเชื้อเชิญให้มาด้วย มาพำนักอาศัยอยู่ชั่วระยะเวลาเพียงสั้นๆในโลกนี้ และเพื่อจุดประสงค์อะไรก็ไม่รู้แน่”

มนุษย์ปัจจุบัน (โฮโมเซเปียน หรือ Homo sapiens) ได้วิวัฒนาการแตกตัวออกมาจากต้นตระกูลร่วมกับลิงเมื่อกว่า 5-6 ล้านปีมาแล้ว และต่อมาแตกแขนงแยกจากต้นตระกูลร่วมกับมนุษย์นีแอนเดอร์ธอล (Neanderthals) คือ มนุษย์โฮโมอีเรคตัส (Homo erectus) เมื่อ 1.2 ล้านปีมาแล้ว ซึ่งมนุษย์นีแอนเดอร์ธอล และมนุษย์ปัจจุบันทั้งคู่นั้นสามารถประดิษฐ์อาวุธจากหินให้เป็นหัวหอกเพื่อใช้เป็นเครื่องมือล่าสัตว์ได้ แต่ต่อมาเมื่อประมาณ 3 แสนปีเศษมาแล้ว มนุษย์ปัจจุบันสามารถดัดแปลงหินให้มีรูปร่างและขนาดต่างๆหรือใช้กระดูกสัตว์มาทำเป็นอาวุธล่าสัตว์ เช่น หัวธนู หรือใช้เป็นอุปกรณ์หาอาหารประเภทต่างๆได้หลากหลาย เช่นใช้แซะหอย เป็นต้น

มนุษย์ปัจจุบัน มีสมองขนาดใหญ่กว่าสัตว์อื่นๆในโลกนี้ จึงมีความชาญฉลาดสามารถปรับเปลี่ยนไปตามความแปรปรวนของธรรมชาติได้อย่างมาก นอกจากนี้ มนุษย์ยังเป็นสัตว์ที่อยู่ร่วมเป็นสังคม ออกล่าสัตว์ด้วยกัน ปกป้องซึ่งกันและกัน คอยช่วยเหลือกัน มีการสื่อสาสน์ติดต่อกัน ทั้งในด้านสังคม ประเพณีนิยม และภาษา ตลอดถึง ถ่ายทอดความรู้จนเกิดวิวัฒนาการเพิ่มพูนภูมิปัญญาขึ้นอย่างมากมายมหาศาล จนมาถึงยุคนิวเคลียร์ในปัจจุบัน และยังคงมีวิวัฒนาการต่อไปเรื่อยๆ สามารถเข้าใจแก้ปัญหาและเอาชนะหรือรู้จักหลบหลีกภัยธรรมชาติต่างๆได้ ดังนั้นมนุษย์ปัจจุบันจึงประสบความสำเร็จอย่างสูง สามารถแผ่ขยายเผ่าพันธุ์จากเดิมซึ่งเกือบสูญพันธุ์ไป สันนิษฐานกันว่า แต่เดิมมีมนุษย์ปัจจุบันยุคแรกเพียงแค่ 600 คนในทวีปอาฟริกา แต่ถูกบีบบังคับด้วยภัยธรรมชาติในยุคน้ำแข็งที่แผ่ขยายลงมา ทำให้แห้งแล้งขาดอาหาร ต้องอพยพออกมาจากทวีปอาฟริกาเมื่อประมาณ 75,000 – 120,000 ปีก่อน ขยายเผ่าพันธุ์ไปในทวีปต่างๆ จนกลายมาเป็นประชากรโลกกว่า 6 พันล้านคนในปัจจุบัน ครอบครองโลกได้สำเร็จและกำลังทำลายล้างโลกกันอยู่ในปัจจุบัน ในขณะที่ญาติเดิมๆของเรา คือมนุษย์นีแอนเดอร์ธอลได้สูญพันธุ์ไปจากโลกเมื่อ 28,000

ปีมาแล้ว เพราะไม่สามารถปรับเปลี่ยนตนเองต่อธรรมชาติที่แปรปรวนได้สำเร็จ ส่วนลิงชิมแปนซีแม้รอดมาได้ แต่ยังเพียงแค่รู้จักใช้ฟางล้วงรูปลวกเอาปลวกมากินเท่านั้น

มนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์เมื่อเผชิญภัยธรรมชาติซึ่งมีพลังอานุภาพมาก และตนไม่เข้าใจ ย่อมเกิดความกลัวอย่างมาก จึงอาศัยภูเขา ลำน้ำ ไฟ ลม ต้นไม้ เป็นที่พึ่ง มีการอุปโลกน์ขึ้นมานับถือเป็นเทพเจ้าหรือพระเจ้าต่างๆมากมาย และต่อมาได้วิวัฒนาการเป็นศาสนาต่างๆขึ้น จากพหุเทวนิยม เป็นเอกเทวนิยม และอเทวนิยม เป็นต้น แม้กระทั่งมนุษย์สามารถอุปโลกน์ตนเองให้สูงขึ้นอีกเป็นเทพเจ้าหรือส่วนหนึ่งของพระเจ้า กระนั้นก็ดี ตัวพระเจ้าเองเช่น ซีอุสซึ่งเป็นราชันแห่งเทพเจ้าของกรีกขึ้นมาครองตำแหน่งนี้ได้เพราะฆ่าพ่อของตน เช่นเดียวกับที่พ่อเคยฆ่าปู่มาแล้ว แสดงให้เห็นถึงรากเหง้าแห่งความโลภ ความโกรธ และความหลงที่ติดตามมนุษยชาติมาตลอดทุกยุคทุกสมัยในทุกระดับ ความเป็นเทพเจ้าหรือพระเจ้าไม่อาจลบล้างสิ่งเหล่านี้ได้ บางครั้งกลับรุนแรงมากขึ้นกว่าธรรมดาอีกหลายสิบเท่า

มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฉลาดกว่าสัตว์อื่นๆ สามารถล่วงรู้ถึงจิตใจและความคิดของตนเองได้ นอกเหนือไปจากที่สามารถรู้จักเงาของตนเองในกระจกได้ สามารถเห็นความจริงว่า โลกนี้ไม่ใช่โลกที่สมบูรณ์เปี่ยมไปด้วยความสุขตลอดกาลนาน ด้วยแปรเปลี่ยนไปตามกฎไตรลักษณ์หรือสามัญลักษณะ ไม่เที่ยง ไม่อาจคงทนสภาพเดิมไว้ได้ ไม่อาจบังคับบัญชามันได้ ทำให้มนุษยชาติพยายามดิ้นรนคิดค้นหาคำตอบในรูปแบบต่างๆมาอธิบาย หรือแก้ปัญหาปรับเปลี่ยนให้ชีวิตนี้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เป็นสุขนิรันดร เกิดความเชื่อ ลัทธิ ศาสนาต่างๆขึ้นมาเป็นระบบรองรับ

ศาสนาต่างๆล้วนมีคำตอบต่อชีวิตต่างๆกันไป เช่น คริสต์ศาสนาสอนว่า คนเราเกิดมามีบาป ต้องมีการไถ่บาปต่อพระผู้เป็นเจ้า โดยมีพระเยซูเป็นผู้ไถ่บาปให้ หากยอมรับพระองค์ว่าเป็นพระบุตรและตัวแทนของพระเจ้า จะสามารถล้างบาปและได้ขึ้นไปเกิดบนสรวงสวรรค์อยู่กับพระเจ้า บางศาสนา ก็สอนให้พลีชีพเพื่อปกป้องและเผยแพร่คำสอนของพระศาสดาในลัทธิของตน กลายเป็นสงครามศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา หากตายไป จะได้ไปเกิดอยู่บนสรวงสวรรค์มีนางฟ้าห้อมล้อมมากมาย เป็นต้น

จากการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงค้นพบความจริงอย่างยิ่งในธรรมชาติที่แท้จริงของชีวิตว่า ชีวิตนี้ไม่สมบูรณ์ เป็นทุกข์ เพราะความทะยานอยากเป็นเหตุ ส่ายแส่หาจุดมุ่งหมายหรือผลในรูปแบบต่างๆ เช่น ความอยากในกามคุณ (กามตัณหา) ความอยากมีอยากเป็น (ภวตัณหา) ความไม่อยากมีไม่อยากเป็น (วิภวตัณหา) เป็นต้น ทั้งๆที่เกิดมาเพื่อใช้กรรม แต่กลับสร้างพอกพูนเพิ่มกรรมใส่ตนให้มากขึ้น ยึดติดในโลกธรรม หรือ หมกมุ่นใน กิน กาม เกียรติ พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสว่า การเกิดเป็นมนุษย์เป็นสิ่งประเสริฐ และการได้พบพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่ไปได้ยาก และโอกาสที่จะได้ปฏิบัติธรรมด้วยนั้นยากยิ่งนัก ทรงมีเมตตาชี้ให้เห็นว่าธรรมนั้นเกิดจากเหตุ ทรงแสดงซึ่งเหตุและความดับแห่งธรรมนั้น ทรงสอนให้มวลมนุษย์ดำรงชีวิตด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ทรงบัญญัติสติปัฏฐานสี่ให้เป็นหลักปฏิบัติต่อชีวิต ซึ่งทุกชีวิตสามารถนำไปปฏิบัติดำเนินตามได้ เพื่อความล่วงพ้นจากทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงซึ่งถือว่าเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดแห่งชีวิต ด้วยกระทำกิจที่พึงกระทำให้เสร็จสิ้นแล้ว ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฎอีกต่อไป

No Comments

‘สถาพรบุ๊คส์’ โหมออนไลน์ รุกช่องทางหนังสือห้องสมุด

‘สถาพรบุ๊คส์’ โหมออนไลน์ รุกช่องทางหนังสือห้องสมุด

astv manager daily p31 jan 25,2010 1

–นสพ.ASTV ผู้จัดการรายวัน หน้า 31 วันที่ 25 มกราคม 2553

No Comments

สุขภาพดี ‘ใจ’ สร้างได้

สุขภาพดี ‘ใจ’ สร้างได้ :  ผลงานของ มนตรี ภู่มี สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี

praew magazine p238 jan 25,2010

–  นิตยสาร แพรว หน้า 238 วันที่ 25 มกราคม 2553

No Comments

เจ้านายใจดี ‘ศิวะพร ชมสุวรรณ’

เจ้านายใจดี ‘ศิวะพร ชมสุวรรณ’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์  :  

 

post today pc5 jan 25,2010 1–นสพ.โพสต์ทูเดย์ หน้า C5 วันที่ 25 มกราคม 2553

No Comments

White Ocean Strategy

White Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว : ผลงานของ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย  สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี

daily news p20 jan 24,2010

–  นสพ.เดลินิวส์ หน้า 20 วันที่ 24 มกราคม 2553

No Comments

อุตสาหกรรมการพิมพ์ผงาด คำสั่งซื้อพุ่ง! ตั้งเป้าภายในปี 58 ส่งออกแตะแสนล้าน

อุตสาหกรรมการพิมพ์ผงาด คำสั่งซื้อพุ่ง! ตั้งเป้าภายในปี 58 ส่งออกแตะแสนล้าน

thansettakit p8 jan 24-27,2010 2

 –นสพ.ฐานเศรษฐกิจ หน้า 8 วันที่ 24 -27 มกราคม 2553

No Comments

หน้าต่างบานใหม่ ในโลกนิทาน

หน้าต่างบานใหม่ ในโลกนิทาน

siam rath p8 jan 23,2010 2
 –  นสพ.สยามรัฐ หน้า 8 วันที่ 23 มกราคม 2553

No Comments

หมอพญายม วิเชียร อยู่เกตุ ทำนายประเทศไทยปี 53-55

หมอพญายม วิเชียร อยู่เกตุ ทำนายประเทศไทยปี 53-55  :

chairman review p1 jan 2010 2

- นิตยสาร Chairman Review หน้า 1, 23 – 28 เดือน มกราคม 2553

No Comments

โซเชียลเน็ตเวิร์กดันหนังสือพุ่ง

โซเชียลเน็ตเวิร์กดันหนังสือพุ่ง  astv manager daily p31 jan 22,2010

–  นสพ.ASTV ผู้จัดการรายวัน หน้า 31 วันที่ 22 มกราคม 2553

No Comments

หนังสือ 9 เล่ม ที่ต้องอ่านในชีวิตนี้

หนังสือ 9 เล่ม  ที่ต้องอ่านในชีวิตนี้

post today p2 jan 22,2010 1

–  นสพ.โพสต์ทูเดย์ หน้า 2 วันที่ 22 มกราคม 2553

No Comments

ทอดผ้าป่ากรุณาแห่งหัวใจ จังหวัดปัตตานี

ภาพข่าว : ทอดผ้าป่ากรุณาแห่งหัวใจ จังหวัดปัตตานี – ยะลา

business bi  weekly pa2 jan 20-feb 4,2010

–  นสพ. Business Bi-Weekly หน้า A2 วันที่ 20 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2553

No Comments

10 อันดับหนังสือขายดีตลอดปี

  • 10 อันดับหนังสือขายดีตลอดปี สแกนกรรม หนังสือที่ขายดีอันดับหนึ่ง ในร้านหนังสือชั้นนำติดต่อกันหลายเดือน ซึ่งมียอดขายมากกว่า 1 แสนเล่ม

bangkok today p20-21 jan 12,2010

–  นสพ.บางกอกทูเดย์ หน้า 20-21 วันที่ 12 มกราคม 2553

No Comments

เมื่อธรรมนำทาง

เมื่อธรรมนำทาง

kom chud luek p20 jan 20,2010 1

 –  นสพ.คม ชัด ลึก หน้า 20 วันที่ 20 มกราคม 2553

No Comments

มีสุข

มีสุข : ผลงานของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก  สนพ.ดีเอ็มจี ราคา 140 บาท

sakul thai magazine p29 jan 19,2010 1

–นิตยสาร สกุลไทย หน้า 29 วันที่ 19 มกราคม 2553

No Comments

เมาท์ @ คลองเตย

เมาท์ @ คลองเตย : วันอังคารที่ 2 ก.พ.  53 บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด เชิญฟังธรรมบรรยายครั้งที่ 63 โดย พระอาจารย์ มิตซูโอะ คเวสโก สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 02-422-9999 ต่อ 4035 หรือ jenjira@amarin.co.th (คุณแจง) ไม่เสียค่าใช้จ่าย

 post today pc4 jan 19,2010

 –นสพ.โพสต์ทูเดย์ หน้า C4 วันที่ 19 มกราคม 2553

No Comments

เจริญรุ่งเรือง

job request p95 jan 18-24,2010• เจริญรุ่งเรือง : ผลงานของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ราคา 155 บาท

 

–วารสาร Job Request หน้า 95 วันที่ 18-24 มกราคม 2553

No Comments